การท่องคำศัพท์ภาษาอังกฤษให้ได้ผล (How to Memorize English Words Effectively)
ผศ. ดร. จันทร์พา ทัดภูธร
สวัสดีครับผู้อ่านทุกท่าน ผมเชื่อว่าหลายๆ ท่านที่กำลังอ่านบทความนี้อยู่ คงมีความสนใจในการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษา หรือผู้ที่สนใจทั่วไป ผมแน่ใจว่าคุณคงเห็นด้วยกับผมว่า หนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของการเรียนรู้ภาษาอังกฤษก็คือ การเรียนรู้คำศัพท์ (English Vocabulary)
อย่างที่เรารู้กันดี ว่าภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่มีคำศัพท์มากมายมหาศาล และการจดจำคำศัพท์ทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่การมีคลังคำศัพท์ที่แข็งแกร่งจะช่วยให้คุณสามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น - (The more words you know, the better.)
ผมคิดว่า ในยุคปัจจุบันที่มีเทคโนโลยี AI เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น หลายคนอาจมองว่าการท่องจำคำศัพท์เป็นเรื่องที่ล้าสมัย (Outdated) และหันไปพึ่งพาเครื่องมือแปลภาษาหรือแอปพลิเคชันช่วยจำคำศัพท์เพียงอย่างเดียว ในความคิดของผม การใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือช่วยในการเรียนรู้เป็นสิ่งที่ดี แต่เราไม่ควรละเลยพื้นฐานที่สำคัญของการเรียนรู้ภาษา นั่นก็คือ การฝึกฝนด้วยตนเอง “อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ-ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน”
ส่วนตัว ผมเชื่อว่า การเรียนรู้คำศัพท์ด้วยตนเองนั้นมีประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการช่วยให้เราจดจำคำศัพท์ได้แม่นยำมากขึ้น เข้าใจความหมายของคำศัพท์ได้อย่างลึกซึ้ง และสามารถนำคำศัพท์ไปใช้ได้อย่างถูกต้องในสถานการณ์ต่างๆ
หลายคนกล่าวว่า การท่องจำคำศัพท์เป็นเรื่องที่น่าเบื่อและยากเย็น แต่ เป็นที่ทราบกันดีว่า การเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมต้องใช้ความพยายามและความอดทน ผมเคยอ่านข่าวมาว่า นักภาษาศาสตร์หลายท่านได้ทำการวิจัยและพบว่า การเรียนรู้คำศัพท์อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องจะช่วยให้เราสามารถจดจำคำศัพท์ได้ดีขึ้น
ในทางทฤษฎี (Theory) การเรียนรู้คำศัพท์นั้นมีหลายวิธี แต่ในทางปฏิบัติ วิธีการที่ได้ผลดีที่สุดคือการผสมผสานวิธีการต่างๆ เข้าด้วยกัน (A combination of strategies) เพื่อให้เหมาะสมกับสไตล์การเรียนรู้ของแต่ละบุคคล สิ่งที่เรารู้และเห็นด้วยกันทั้งหมด คือไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวในการเรียนรู้คำศัพท์ แต่มีหลักการและแนวทางที่สามารถนำไปปรับใช้ได้
ผมไม่แน่ใจแต่ผมคิดว่าการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษให้ได้ผลนั้น ไม่ได้มีแค่การท่องจำความหมายเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการฝึกฝนทักษะอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การอ่านออกเสียง การสะกดคำ และการนำไปใช้ในบริบทต่างๆ
ผมเชื่อมั่นว่า หากคุณตั้งใจและมุ่งมั่นที่จะเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษอย่างจริงจัง คุณจะสามารถพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของคุณได้อย่างแน่นอน ผู้คนพูดว่า "ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น - "Where there is effort, there is success. " ซึ่งผมเห็นด้วยกับคำกล่าวนี้อย่างยิ่ง
สามัญสำนึกของผมบอกผมว่า การเรียนรู้ภาษาอังกฤษนั้นเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาและความอดทน บางคนโต้แย้งว่า การเรียนรู้คำศัพท์จากแอปพลิเคชันหรือเครื่องมือแปลภาษานั้นสะดวกและรวดเร็วกว่า แน่นอนมีหลายคนโต้แย้งว่า การเรียนรู้ภาษาอังกฤษในยุคดิจิทัลนั้นง่ายกว่าสมัยก่อนมาก ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่มองว่า เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือที่ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ แต่ไม่สามารถทดแทนการเรียนรู้ด้วยตนเองได้
ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ แต่ผม ในฐานะอาจารย์ผู้สอนภาษาอังกฤษ ผมได้เห็นนักเรียนจำนวนมากที่ประสบความสำเร็จในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษด้วยการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ ผมมั่นใจว่าคุณเห็นด้วยกับผมว่า การเรียนรู้ภาษาอังกฤษนั้นไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไป หากเรามีเทคนิคและวิธีการที่เหมาะสม
ผมเดาว่ามันเป็น เรื่องปกติที่หลายคนจะรู้สึกท้อแท้เมื่อต้องเผชิญกับคำศัพท์ภาษาอังกฤษจำนวนมาก ผมอยากให้คุณลองจินตนาการว่า หากคุณสามารถจดจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษได้มากขึ้น คุณจะสามารถอ่านหนังสือ ดูภาพยนตร์ หรือฟังเพลงภาษาอังกฤษได้อย่างเข้าใจมากขึ้น และคุณจะสามารถสื่อสารกับชาวต่างชาติได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
ไม่มีใครรู้ทุกอย่าง แต่ผมอยากจะรู้ ว่าอะไรคือแรงจูงใจที่ทำให้คุณอยากเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ผมคิดว่า การมีเป้าหมายที่ชัดเจนจะช่วยให้คุณมีกำลังใจในการเรียนรู้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อมาอย่างยาวนานว่า (แม้ว่าผมอาจจะคิดผิดก็ได้) การเรียนรู้ภาษาอังกฤษนั้นไม่ได้มีแค่การท่องจำคำศัพท์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเรียนรู้วัฒนธรรมและวิถีชีวิตของเจ้าของภาษาอีกด้วย โดยพื้นฐานแล้ว ผมยืนยันว่า การเรียนรู้ภาษาอังกฤษนั้นเป็นการเปิดโลกทัศน์และเพิ่มโอกาสให้กับชีวิตของเรา
สัญชาตญาณบอกผมว่า การเรียนรู้ภาษาอังกฤษนั้นเป็นกระบวนการที่ไม่มีวันสิ้นสุด อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อว่า เราสามารถทำให้การเรียนรู้ภาษาอังกฤษเป็นเรื่องที่สนุกและน่าสนใจได้
ผมต้องยอมรับว่า การเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษนั้นเป็นเรื่องที่ท้าทาย แต่ผมก็เชื่อมั่นว่าทุกคนสามารถทำได้ ผมชอบความคิดของ การเรียนรู้คำศัพท์จากบริบท เช่น การอ่านหนังสือหรือดูภาพยนตร์ภาษาอังกฤษ ผมอาจคิดผิดก็ได้ แต่ ผมเชื่อว่าการเรียนรู้คำศัพท์จากสิ่งที่เรารักจะช่วยให้เราจดจำคำศัพท์ได้ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่ามันเป็นอย่างนั้น การเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษนั้นเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความพยายามและความอดทน เมื่อเป็นเช่นนั้น ผมก็รู้ทันทีว่า การเรียนรู้ภาษาอังกฤษนั้นเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับอนาคต นั่นคือสมัยที่ทุกสิ่งทุกอย่างเรียบง่าย แต่ ในยุคปัจจุบันที่เรามีเทคโนโลยีที่ทันสมัย การเรียนรู้ภาษาอังกฤษนั้นง่ายกว่าสมัยก่อนมาก ให้ผมแนะนำแนวคิดของ การใช้แอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ช่วยจำคำศัพท์เป็นเครื่องมือช่วยในการเรียนรู้
ไม่ว่าจะท้าทายแค่ไหน ผมก็ตั้งใจจะทำให้ชัดเจน ว่าการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษนั้นเป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถทำได้ หากมีเทคนิคและวิธีการที่เหมาะสม ถ้าพูดแบบง่ายๆ เราก็สามารถพูดได้ว่า การเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษนั้นเป็นการเดินทางที่ยาวไกล แต่ก็เป็นเดินทางที่คุ้มค่า
แน่นอนครับ นี่คือสรุปเคล็ดลับการท่องคำศัพท์ภาษาอังกฤษให้ได้ผลในรูปแบบย่อหน้า:
การเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษให้ได้ผลนั้นสามารถทำได้โดยการผสมผสานหลายเทคนิคเข้าด้วยกัน เริ่มจากการเรียนรู้คำศัพท์จากบริบท เช่น อ่านหนังสือแล้วเจอคำว่า "serendipity" ให้ดูว่าใช้ในประโยคอย่างไร ("It was a serendipity that we met.") ซึ่งสอดคล้องกับทฤษฎีการเรียนรู้ตามสถานการณ์ (Situational Learning Theory) ที่เน้นความเข้าใจในสถานการณ์จริง ต่อมา การฝึกอ่านออกเสียงและสะกดคำ เช่น "pronunciation" ช่วยกระตุ้นความจำทั้งด้านเสียง (Auditory Memory) และการมองเห็น (Visual Memory) การใช้แอปพลิเคชันอย่าง Quizlet หรือ Anki ช่วยทบทวนคำศัพท์ด้วยหลักการ Spaced Repetition ซึ่งเป็นการทบทวนในช่วงเวลาที่เหมาะสม นอกจากนี้ การทบทวนคำศัพท์อย่างสม่ำเสมอตามหลัก Ebbinghaus Forgetting Curve ช่วยลดการลืม และสุดท้าย การตั้งเป้าหมายและให้รางวัลตัวเอง เช่น จำ 10 คำแล้วดูหนัง เป็นการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) ที่ช่วยกระตุ้นแรงจูงใจในการเรียนรู้
การเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษให้ได้ผลนั้น ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด หากเรามีเทคนิคและวิธีการที่เหมาะสม และที่สำคัญที่สุดคือการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ อย่ากลัวที่จะลองผิดลองถูก และอย่าท้อแท้เมื่อเจออุปสรรค เพราะทุกความพยายามจะนำไปสู่ความสำเร็จ
ผมเชื่อว่าการเรียนรู้ภาษาอังกฤษนั้นเป็นการเปิดโลกทัศน์และเพิ่มโอกาสให้กับชีวิตของเรา ดังคำกล่าวของ Ludwig Wittgenstein ที่ว่า "The limits of my language mean the limits of my world." - (ขอบเขตของภาษาของฉัน คือ ขอบเขตของโลกของฉัน)
ขอให้ทุกท่านสนุกกับการเรียนรู้ภาษาอังกฤษนะครับ
No comments:
Post a Comment